เสริมจมูก แล้วจมูกทะลุ แก้ไขอย่างไรดี

จมูกทะลุ แก้ไขอย่างไรดี

การทำศัลยกรรมเสริมจมูกนั้น มีจุดประสงค์เพื่อทำการแก้ไขรูปร่างจมูกให้ได้สัดส่วนกับใบหน้า เพื่อช่วยเสริมใบหน้าให้ดูสวยน่ามอง แต่ผลข้างเคียงจากการเสริมจมูกก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นจมูกเบี้ยวหลังการผ่าตัดเสริมจมูก จมูกไม่ได้สัดส่วนตามที่ต้องการ ปัญหาหนึ่งที่พบได้บ่อยก็คือปัญหาจมูกทะลุหลังทำศัลยกรรมจมูก เราลองมาดูกันดีกว่าว่าจะมีวิธีการแก้ไขทำจมูกใหม่อย่างไรบ้าง

เสริมจมูก จมูกทะลุ

สาเหตุที่ทำให้จมูกทะลุ

  • เนื้อจมูกบาง ผู้ที่มีเนื้อจมูกบาง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ จะต้องระวังในการเสริมจมูกไม่ควรใส่ซิลิโคนที่มีขนาดใหญ่มากเกินไป เพราะจะทำให้ซิลิโคนปรับเปลี่ยนสภาพได้น้อย ควรเสริมจมูกตามขนาดที่แพทย์แนะนำเท่านั้น หากใส่ซิลิโคนที่ไม่พอดีกับสภาพของจมูก ก็จะทำให้จมูกทะลุได้ง่าย
  • ซิลิโคนขนาดไม่พอดีกับจมูก การเสริมจมูกนั้นจะต้องคำนึงถึงสภาพของจมูกของคนไข้แต่ละคนด้วย เพราะแต่ละคนสามารถเสริมจมูกด้วยซิลิโคนขนาดที่แตกต่างกันไป การใช้ซิลิโคนที่ไม่ได้สัดส่วนกับจมูก จะทำให้ซิลิโคนคับหรือหลวมมากจนเกินไป ทำให้จมูกทะลุได้
  • การฉีดซิลิโคนเหลว การฉีดซิลิโคนเหลวเข้าสู่ร่างกายเป็นเรื่องที่อันตรายมาก เพราะซิลิโคนจะอยู่ในร่างกายได้อย่างยาวนาน จนทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อจมูก ทำให้จมูกเกิดการอักเสบ ซิลิโคนผิดรูปร่าง ทำให้จมูกเกิดการแพ้สารเคมี จนทำให้เนื้อจมูกบางลง จนทำให้เกิดโอกาสจมูกทะลุได้

การแก้ไขจมูกทะลุ

  1. แพทย์จะนำซิลิโคนออกจากจมูก เพื่อให้จมูกได้ฟื้นตัวเป็นเวลาประมาณ 2 เดือน
  2. ในช่วงของการพักฟื้น แพทย์จะนัดเพื่อมาตรวจดูอาการอย่างเป็นประจำ
  3. ในช่วงการพักฟื้นจมูก ผู้เข้ารับการรักษาจะต้องคอยดูแลทำความสะอาดจมูกให้ดี จมูกจะมีอาการบวมแดงและเหี่ยวย่นลงเล็กน้อย เพราะได้มีการนำซิลิโคนออกจากจมูกไปแล้ว ควรใส่ผ้าปิดจมูกเอาไว้ด้วย
  4. เมื่อพักฟื้นจนอาการดีขึ้นแล้ว แพทย์จะทำการผ่าตัดเพื่อปรับแต่งรูปร่างของจมูก โดยการใช้กระดูกอ่อนจากบริเวณหลังใบหูมาใช้ในการเสริมจมูก เพื่อปรับจมูกให้เข้ารูป แต่แพทย์จะยังไม่เสริมจมูกในช่วงนี้ ต้องรอจนกว่าจมูกเชื่อมกับกระดูกอ่อนก่อน
  5. หลังจากนั้นประมาณ 4 เดือน แพทย์จึงจะเริ่มทำศัลยกรรมจมูก ในช่วงนี้จมูกจะยังบางอยู่ ไม่สามารถเสริมด้วยซิลิโคนในขนาดเท่าเดิม จึงต้องลดขนาดซิลิโคนให้มีขนาดเล็กลงให้พอดีกับสภาพจมูก
  6. หลังจากเสริมจมูกเสร็จแล้ว แพทย์จะตรวจดูอาการของจมูกอยู่เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้จมูกทะลุอีกครั้งหนึ่ง

การเสริมจมูก แก้ไขจมูกให้ได้รูปมีความสวยงามนั้นจะต้องคำนึงถึงสภาพจมูกของตัวเราเองด้วย หากเสริมจมูกด้วยการใช้ซิลิโคนที่ไม่เหมาะสมกับรูปร่างของจมูก จะทำให้จมูกทะลุได้ง่าย โดยเฉพาะผู้ที่มีเนื้อจมูกบาง จะต้องระวังมากเป็นพิเศษ

มาซึ้งไปพร้อมๆกัน The 100th Love With You

The 100th Love With You ย้อนรัก 100 ครั้งก็ยังเป็นเธอ

ถ้าพูดถึงเรื่องความรักและการเดินทางย้อนเวลา หลายๆ หลายคนก็มักจะรู้ดีว่าเป็นพล็อตเรื่องที่จะเมื่อนำใช้ผสมกันแล้วล่ะก็ จะสามารถเรียกต่อมน้ำตาจากคนดูหนังจนท่วนโรงมานับไม่ถ้วนแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ที่ผ่านมาล่าสุดก็คงจะเป็นเรื่อง tomorrow i will date with yesterday’s you ที่ทำเอาคนดูตาบวมปากน้ำตากันเป็นแถวๆ 18 พฤษภาคมนี้เตรียมกระดาษทิชชูไว้เวลาซับน้ำตากันอีกครั้ง เมื่อชายหนุ่มคนหนึ่งได้ค้นพบความลับบางอย่างว่าตัวเองนั้นสามารถที่จะเดินทางข้ามเวลาและเปลี่ยนแปลงทุกอย่างให้เป็นอย่างที่ตัวเองต้องการได้แต่ไม่อยู่สิ่งเดียวที่เขาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้นั่นก็คือในวันที่ 31 เดือนกรกฎาคมเป็นวันที่เขาจะต้องสูญเสียเธอไปตลอดกาลในเรื่อง the one hundred love with you ย้อนรัก 100 ครั้งก็ยังเป็นเธอ

The 100th Love With You

เรื่องราวของริขุ ฮาเซกาว่าชายหนุ่มผู้ตกหลุมรักกับอาโออิฮินาตะเพื่อนสมัยเด็กของเขา แต่เขาก็ไม่กล้าบอกเธอสักทีจนวันหนึ่งอาโออิประสบอุบัติเหตุร้ายแรงและหลังจากเหตุการณ์นั้นริขุก็ค้นพบกับความสามารถในการเดินทางย้อนเวลาเขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนโชคชะตาด้วยการย้อนเวลากลับไป 7 วันกอดอุบัติเหตุของอาโออิคนที่เขารัก และเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆอย่างทั้งเปลี่ยนเธอให้เห็นคุณค่าของความฝันตัวเองทำฝันของเธอให้เป็นจริงและทำให้เธอสนใจในตัวเขามากขึ้น

แต่สิ่งเดียวที่เขาเปลี่ยนแปลงมันไม่ได้ก็คือช่วยชีวิตเธอในวันที่ 31 เดือนกรกฎาคมแค่ฟังเนื้อเรื่องก็ซึ้งกันแล้วใช่ไหมครับไม่แปลกครับเพราะ the one hundred love with you คือผลงานจากซาโตมิ โอชิม่าเขียนบทซีรีย์วัยรุ่นเรียกน้ำตาที่เคยผ่านจอทีวีไทยเมื่อ 9 ปีที่แล้วบันทึกน้ำตา 1 ลิตรแค่นี้ก็การันตีปริมาณน้ำตาเข้าให้แล้วโดยในครั้งนี้ซาโตมิได้ร่วมงานกับ SHO TSUKIKAWA กลับหน้าใหม่มาแรงร่วมด้วย 2 นักแสดงนำหน้าใหม่ที่พกความสามารถมาเต็มๆตั้งแต่เคนทาโร่ซาคากุจิหนุ่มฮอตหน้าหล่อสามีแห่งชาติของสาวญี่ปุ่นในตอนนี้มารับบทนำเต็มตัวเป็นครั้งแรกหลังเคยโปรยเสน่ห์กระชากใจสาวมาแล้วใน my love story ตามด้วยนักแสดงสาวมหัศจรรย์ของวงการเพลงญี่ปุ่นอย่างมีไว้ในบทอาโออินักดนตรีสาวเสียงดีที่โด่งดังในวงการเพลงญี่ปุ่นและนี่ก็เป็นครั้งแรกในการรับบทนางเอกเต็มตัวเช่นกัน

แน่นอนว่าเมื่อได้ MIVA มานำแสดงแล้วเพลงประกอบก็ต้องไม่ธรรมดาครับเพราะนักแสดงทุกคนในเรื่องนั้นทั้งร้องเองและเล่นดนตรีเองทั้งหมดโดยเฉพาะเพลงไอโอคุริ ที่นอกจากจะเพราะแล้วยังโด่งดังในญี่ปุ่นจนยอดดาวน์โหลดถล่มทลาย ไม่แพ้รายได้ของหนังเลยครับ

และด้วยความสำเร็จอย่างล้นหลามในญี่ปุ่นเลยทำให้ the one hundred love with you ซื้อลิขสิทธิ์ไปสร้างเป็นมังงะและนิยายภาพไปเรียบร้อย

ศัลยกรรมผ่าตัดกราม เพื่อใบหน้าเรียวสวย

ศัลยกรรมผ่าตัดกราม เพื่อใบหน้าเรียวสวย

ใบหน้าที่ได้รูปมีส่วนสำคัญอย่างมาก ที่จะช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับผู้หญิง ในปัจจุบันใบหน้าเรียวเล็กกำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก ทำให้ผู้หญิงหลายคนให้ความสนใจ การทำศัลยกรรมใบหน้าเพิ่มขึ้น เพื่อปรับแต่งรูปร่างของใบหน้าให้แคบลง ช่วยให้ใบหน้าได้สัดส่วนเป็นวีเชฟมากขึ้น แต่ก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรมผ่าตัดกราม เราลองมาศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้กันก่อนดีกว่า

ตัดกราม

ผ่าตัดกราม

รูปร่างใบหน้ากว้างนั้นเกิดจากการมีกระดูกกรามใหญ่เกินไป จึงทำให้รูปร่างของใบหน้าไม่ได้สัดส่วน การผ่าตัดกราม เป็นการตกแต่งกระดูกใบหน้าส่วนล่าง ให้เรียวแคบมากขึ้น ก่อนการผ่าตัด จะต้องมีการตรวจสอบกระดูกกรามด้วยการเอ็กซ์เรย์ก่อน จะทำให้แพทย์ประเมินและวางแผนในการผ่าตัด ระยะเวลาที่ใช้ในการผ่าตัดประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง โดยแพทย์จะให้ดมยาสลบ หลังผ่าตัดกรามจะต้องนอนพักที่โรงพยาบาล 1 คืน แล้วจึงกลับมาพักฟื้นที่บ้าน 2 – 3 สัปดาห์

ตำแหน่งการผ่าตัด

  1. การผ่าตัดภายนอกช่องปาก การผ่าตัดรูปแบบนี้จะผ่าตัดเปิดปากแผลบริเวณกรามด้านนอกแผลจะมีความยาวประมาณ 3 – 5 เซนติเมตร แพทย์จะผ่าตัดผ่านชั้นกล้ามเนื้อ ไปจนถึงมุมขากรรไกรล่าง แล้วจึงเลาะกล้ามเนื้อที่หุ้มขากรรไกรออก แล้วใช้เลื่อยตัดกระดูกกรามในส่วนที่ต้องการออกไป จากนั้นจึงกรอกระดูกให้มีความเรียบเนียน ทำการเย็บปิดปากแผลด้วยไหมละลาย การผ่าตัดภายนอกช่องปากมีข้อเสียคือ ทำให้เกิดการกระทบกระเทือนต่อเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงมุมปากได้ง่าย
  2. การผ่าตัดภายในช่องปาก แพทย์จะทำการเปิดปากแผลบริเวณหลังฟันกรามซี่สุดท้าย ผ่านชั้นกล้ามเนื้อลงไป เลาะเยื้อหุ้มกระดูกออก แล้วจึงใช้เลื่อยตัดขากรรไกรล่างออก หลังจากนั้นจึงกรอกระดูกให้โค้งมน จากนั้นเย็บปิดปากแผลด้วยไหมละลาย การผ่าตัดด้วยวิธีนี้ จะต้องทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญสูงเท่านั้น เพื่อทำให้ใบหน้าเกิดความสวยงาม ใบหน้ามีความสมดุลกันทั้งสองข้าง

การกรอกระดูกกราม

การกรอกระดูกกรามก็เป็นวิธีการลดขนาดกราม เพื่อปรับแต่งให้ใบหน้ามีรูปร่างที่แคบลง เหมาะสำหรับผู้ที่มีกรามไม่ใหญ่มาก อยากลดขนาดกรามเพียงเล็กน้อย การกรอกระดูกกรามสามารถลดความหนาของกระดูกได้ประมาณ 2 – 3 มิลลิเมตร แพทย์จะทำการเปิดปากแผลเหมือนการผ่าตัดกราม แต่จะใช้เครื่องมือกรอกระดูกแทนการใช้เลื่อย หลังการผ่าตัด จะทำใบหน้าเรียวสวยได้รูปมากขึ้น ใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง

หลังการผ่าตัด

  • นอนยกศีรษะสูง เพื่อลดอาการบวม ในช่วง 3 – 4 วันแรก
  • หลังการรับประทานอาหาร ควรบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากทุกครั้ง
  • รับประทานอาหารอ่อนประมาณ 1 – 2 สัปดาห์

การทำศัลยกรรมใบหน้าให้เรียวเล็กด้วยการตัดกราม กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มผู้หญิง เพราะทุกคนก็ล้วนอยากมีใบหน้าที่ได้สัดส่วน มีใบหน้าเรียวสวยได้รูปด้วยกันทั้งนั้น เป็นการผ่าตัดปรับแต่งกระดูกส่วนล่างของใบหน้า ทำให้ใบหน้ามีความสวยงามมากขึ้น

https://www.xn--72ci8bpucbawoa2f0cbwon9qb3a.com/รีวิวตัดกราม/

อยากหน้าสวยด้วยการเสริมคาง ควรรู้ไว้

การทำศัลยกรรมใบหน้าได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งเกิดจากกระแสเรื่องการทำหน้าของดารา ทำให้หลายคนอย่างมีหน้าเรียวสวย เหมือนกับดาราที่ตัวเองชื่นชอบ ซึ่งการทำศัลยกรรมใบหน้าสามารถช่วยทำให้ใบหน้าของคุณเรียวเล็กได้สัดส่วนมากขึ้นได้ เพราะผู้หญิงทุกคนก็ล้วนแต่อยากมีรูปหน้าวีเชป สไตล์เกาหลีกด้วยกันทั้งนั้น แต่ก่อนตัดสินใจเสริมคางทำศัลยกรรมใบหน้า ควรมีการศึกษาข้อมูลให้ดีเสียก่อน วันนี้เรื่องดี ๆ ที่คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจเสริมคางมาฝากกัน

การเสริมคาง

ข้อควรรู้ก่อนเสริมคาง

• เลือกเสริมคางโดยผู้เชี่ยวชาญ ในปัจจุบันมีสถานเสริมความงาม มากมายหลายแห่ง ทั้งที่แบบมีมาตรฐานและไม่มีมาตรฐาน เนื่องจากความต้องการที่จะมีใบหน้าเรียวเล็ก มีเพิ่มมากสูงขึ้น ก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรม จะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก เพราะมิฉะนั้นแล้วอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่คาดคิด ทำให้ต้องกลับมาแก้ไขอีกหลายครั้ง เนื่องจากศัลยแพทย์ที่ทำศัลยกรรมไม่มีความชำนาญมากพอ หรือไม่มีมาตรฐานนั้นเอง ดังนั้นก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรม ควรเลือกทำกับศัลยแพทย์เฉพาะด้านผู้มีความชำนาญเท่านั้น รวมถึงการเลือกทำกับโรงพยาบาลที่มีมาตรฐาน มีเครื่องมืออุปกรณ์ครบครัน ทันสมัย เสริมคาง
• ข้อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ หลังจากเลือกโรงพยาบาล จากนั้นจึงควรขอรับคำปรึกษาจากศัลยแพทย์ก่อน เพื่อทำการตรวจสอบใบหน้าด้วยการสแกนโครงสร้างโดยรวมของใบหน้า โดยแพทย์จะเป็นผู้วิเคราะห์ประเมินผลว่า เมื่อทำออกมาแล้ว ใบหน้าจะมีรูปทรงแบบใด เพื่อทำให้เกิดความมั่นใจก่อนการตัดสินใจ นอกจากนี้แพทย์จะให้คำแนะนำก่อนการเตรียมตัวผ่าตัดเสริมคาง ในขั้นตอนนี้คนไข้ควรแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับประวัติการแพ้ยาและโรคประจำตัว
วิธีการผ่าตัด
ขั้นตอนของการผ่าตัดเสริมคาง ศัลยแพทย์จะให้ยาสลบก่อน แล้วจึงลงมือทำการผ่าตัด โดยมีอยู่ 2 ทางเลือก
• การผ่าตัดภายนอกช่องปาก การผ่าตัดเสริมคางวิธีนี้ แพทย์จะผ่าโดยการเปิดแผลจากบริเวณที่อยู่ใกล้มุมปาก โดยการผ่าตัดเปิดกระดูกมุมกราม จากนั้นจะใช้เลื่อยตัดกระดูกตามแนวที่ต้องการ แล้วจึงนำชิ้นกระดูกส่วนเกินออกไป หลังจากนั้นจึงทำการตกแต่งกระดูกกรามให้เรียบร้อย แล้วจึงเย็บปิดปากแผล แต่การผ่าตัดด้วยวิธีนี้ จะทำให้มองเห็นแผลผ่าตัดได้อย่างชัดเจน
• ผ่าตัดภายในช่องปาก การผ่าตัดเสริมคางวิธีนี้จะผ่าตัดเปิดปากแผลภายในช่องปาก ในบริเวณหลังฟันกรามซี่สุดท้าย โดยแพทย์จะใช้เลื่อยมาตัดกระดูกกรามออกไปตามแนวที่ต้องการ แล้วจึงทำการตกแต่งกระดูกสวนที่เหลือ แล้วจึงเย็บปิดปากแผล การผ่าตัดภายในช่องปาก จะมีความยุ่งยากมากขึ้น แต่เป็นวิธีที่ได้รับความนิยม หลังจากการผ่าตัดแล้วไม่ต้องกังวลเรื่องรอยแผลเป็น

การทำศัลกรรมใบหน้า ด้วยการผ่าตัดเสริมกราม เสริมคาง เป็นที่สนใจของผู้หญิงหลายคน เพราะสามารถช่วยปรับเปลี่ยนรูปร่างใบหน้าให้เรียวสวยได้ แต่ก่อนตัดสินใจทำเสริมกรามควรมีการศึกษาข้อมูลให้ดีเสียก่อน รวมถึงการเลือกสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ

การรักษาโดยการใช้ยาลดระดับกรดยูริค

ลดระดับกรดยูริค

สำหรับท่านที่ไม่เคยมีข้ออักเสบไม่เคยเป็นนิ่วในไตแต่ระดับกรดยูริคสูงกว่าปกติและจะไม่เรียกท่านว่าเป็นโรคเก๊าท์ เพราะท่านมีแต่การตรวจพบทางห้องปฏิบัติการเท่านั้นว่าระดับกรดยูริคสูงกว่าปกติแต่ไม่มีอาการใดใด สำหรับท่านเหล่านี้อาจจะไม่ต้องรับการรักษาโดยการใช้ยาลดระดับกรดยูริคก็ได้แล้วแต่ดุลพินิจของแพทย์ที่ดูแลท่านอยู่ แต่ถ้าระดับของกรดยูริคสูงมากแพทย์จะแนะนำให้ลดระดับของกรดยูริค

uric acid

สำหรับผู้ป่วยที่มีน้ำหนักมากคืออ้วนเกินไปสมควรพิจารณาลดน้ําหนักลงเพราะการลดน้ำหนักจะทำให้ระดับของกรดยูริคลดลงด้วยเพราะมีการศึกษาแล้วพบว่าระดับกรดยูริคในเลือดนั้นขึ้นลงแปรโดยตรงกับน้ำหนักของร่างกายการลดน้ำหนักจะเป็นอีกหนทางหนึ่งในการช่วยรักษาลดระดับกรดยูริคในเลือด

แพทย์จะต้องพิจารณาถึงยาชนิดอื่นอื่นๆ ที่ผู้ป่วยโรคเก๊าต์รับประทานอยู่เป็นประจำในการรักษาโรคอื่นที่มีร่วมด้วย ยาบางชนิดจะมีผลทำให้กรดยูริคสูงขึ้นเช่นยาขับปัสสาวะยารักษาวัณโรคบางชนิดยาแอสไพรินในขนาดต่ำต่ำเป็นต้นสิ่งเหล่านี้แพทย์ผู้รักษาดูแลผู้ป่วยจะพิจารณาหาหนทางหลีกเลี่ยงเปลี่ยนยาอย่างอื่นถ้าเป็นไปได้และเมื่อเลิกยาเหล่านี้แล้วอาจทำให้ระดับกรดยูริคในเลือดลดลงมาเองได้โดยไม่ต้องรับประทานยาลดระดับกรดยูริคเลยก็ได้

สิ่งที่เป็นอุปสรรคในการรักษาโรคเก๊าท์ให้ได้ผลดีคือการที่ผู้ป่วยเข้าใจผิดคิดว่าเมื่อข้ออักเสบหายแล้วก็หายและแพทย์อาจจะไม่ได้ให้คำอธิบายที่กระจ่างชัดตอบผู้ป่วยทำให้ผู้ป่วยไม่เข้าใจขาดความร่วมมืออย่างจริงจังในการรับประทานยาลดกรดยูริคระยะยาวจะได้ป้องกันการพอกพูนของผลึกยูเรตซึ่งจะนำมาซึ่งไตพิการนิ้วและข้ออักเสบเป็นการทำร้ายร่างกายแบบเงียบๆ ก็ได้ดังนั้นท่านผู้ป่วยโรคเก๊าต์กรุณาให้ความสำคัญต่อการร่วมมือรักษาโรคของท่านอย่างจริงจังท่านจะได้มีอายุยืนยาวเป็นบุคคลที่มีประสิทธิภาพต่อตัวเองครอบครัวและสังคม

สูง 160 เซนติเมตรหนัก 60 กิโลกรัม อ้วนเกินไปหรือไม่

จะทราบได้อย่างไรว่าอ้วนเกินไปหรือไม่ตอนนี้สูง 160 เซนติเมตรหนัก 60 กิโลกรัม

กิโลกรัมคำนวณได้หลายวิธี ง่ายๆ ที่เราสามารถประเมินได้ด้วยตัวเองดังนี้

Body mass index

  1. เปรียบเทียบกับส่วนสูงใช้สูตร

น้ำหนักที่เหมาะสม = ส่วนสูง (เซนติเมตร)100-10%

น้ำหนักที่เหมาะสมของคุณคือ 160-100-6 = 54 กิโลกรัม แต่ขณะนี้มีน้ำหนัก 60 กิโลกรัมซึ่งมากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักที่ควรจะเป็นเรียกว่าน้ำหนักตัวเกินแต่ไม่ใช่โรคอ้วนเพราะอาจมีรูปร่างเตี้ยล่ำท่วมหรือโครงกระดูกใหญ่แต่หากน้ำหนักมากกว่า 20% 10.8 กิโลกรัมของน้ำหนักที่ควรเป็นเช่นเริ่มหนักถึง 60 4.8 กิโลกรัมก็เข้าข่ายเป็นโรคอ้วนสูตรนี้ใช้ได้ทั้งผู้ชายผู้หญิงต่างกันตรงที่โรคอ้วนในผู้ชายมีน้ำหนักตัวกว่าที่ควรเป็น 15 เปอร์เซ็นต์ขณะที่ผู้หญิงคือ 20%

  1. คำนวณดัชนีมวลร่างกาย  BMI  ใช้สูตร

ดัชนีมวลร่างกาย = น้ำหนักตัว (กิโลกรัม / ส่วนสูง ยกกำลัง2)

นำค่าที่ได้มาเปรียบเทียบกับตารางสูตรนี้ใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงเช่นกัน

ดัชนีมวลร่างกายน้อยกว่า 18.5 น้ำหนักตัวต่ำกว่ามาตรฐาน

ดัชนีมวลร่างกาย 18.5-24.9 น้ำหนักตัวปกติ

ดัชนีมวลร่างกาย 25.0-29.9 น้ำหนักตัวเกิน

ดัชนีมวลร่างกาย 30.0-34.9 โรคอ้วนรุนแรงระดับ 1

ดัชนีมวลร่างกาย 35.0-39.9 โรคอ้วนรุนแรงระดับ 2

ดัชนีมวลร่างกายมากกว่า 40 โรคอ้วนรุนแรงระดับ 3

  1. วัดความหนาชั้นไขมันใต้ผิวใช้นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือติดกับบริเวณด้านหลังต้นแขนหรือแผ่นหลังต่ำกว่าฉบับจับเฉพาะส่วนไขมันแล้วบีบดูความหนาหากวัดความหนาของไขมันได้มากกว่า ¾ นิ้ว ก็แสดงว่าอ้วน